faqs-05

วัตถุประสงค์โครงการ Work and travel

คือโครงการที่จัดอยู่รูปแบบ โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม (Cultural Exchange Programs) ภายใต้วีซ่าประเภท J1 ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมี วัตถุประสงค์ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาจากหลายประเทศได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคการศึกษา 3 – 4 เดือนไปเรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมของชาวสหรัฐอเมริกาอย่างรอบด้าน ผ่านการทำงานในบริษัทห้างร้าน สัญชาติอเมริกัน เช่น งานประเภทร้านอาหาร, งานประเภทโรงแรม รีสอร์ท, ร้านขายของที่ระลึก, สวนสัตว์ หรือสวนสนุก เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให ้ผู้เข้าร่วมโครงการ Work and Travel ได ้รู้จักเพื่อนใหม่ต่างชาติมี โอกาสเรียนรู้การทำงานที่เป็นระบบ และท่องเที่ยวภายหลังจบโครงการฯ ทั้งนี้ผู้เข ้าร่วมโครงการฯ จะได้รับ การดูแลอย่างใกล้ ้ชิดจากองค์กรแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาและผู้ประสานงานประจำ ประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการฯ อีกด้วย

ระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการ

ประมาณ 3-4 เดือน สำหรับช่วง Spring 5 มีค – 5 กค. และช่วง Summer 5 พค.- 5 กย.

ต้องระดับภาษาเท่าไรถึงสามารถเข้าร่วมโครงการได้

ระดับภาษาของผู้เข้าร่วมโครงการควรจะอยู่ในรับดับ Intermediate ขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับปานกลาง

เลือกจองงาน และคอนเฟริมงานได้อย่างไร

กรณีที่ต้องการจองงาน ให้ผู้สมัครอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขของงาน และสามารถยืนยันจองงานกับทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้สมัคร ได้ทางไลน์ Processing (สีแดง)

การสัมภาษณ์งานกับนายจ้างเป็นลักษณะไหน

  •  วิธีการสัมภาษณ์งานหรือพิจารณาของนายจ้าง จะมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับ Locations งานที่เลือก
  •  Skype Interview สัมภาษณ์ทาง Skype แบบ Video Call
  • Regular Resume พิจารณาจาก Resume ของผู้สมัครโดยไม่มีการสัมภาษณ์
  • Job Fair / Hiring Tour การจัดสัมภาษณ์งานแบบตัวต่อตัวกับทางนายจ้างหรือตัวแทนนายจ้าง

คำถามที่นายจ้างจะถามเป็นอย่างไร

ตัวอย่างคำถาม (ที่นี่)

หลังจากนายจ้างตกลงจ้างงานแล้ว ต้องทำขั้นตอนไหนต่อไป

หลังจากทางผู้สมัครได้รับการยืนยันว่าผ่านงานเรียบร้อยแล้ว จะได้รับเอกสาร Job Offer งานและจะต้องเตรียมเอกสาร Application ของทาง US Sponsor และส่งกลับทางบริษัทภายในระยะเวลาที่กำหนดพร้อมชำระค่าโครงการงวดสุดท้าย

เอกสาร DS คืออะไร? ได้จากไหน

คือ หนังสือที่ออกโดย US Sponsor เป็นหนังสือแสดงการได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯและสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดระยะเวลาที่ระบุไว้ในเอกสาร (หลังจากเดินทางเข้าสหรัฐฯ แล้ว ผู้สมัครจะต้องเก็บเอกสารตัวจริงและสำเนาไว้เป็นอย่างดี เป็นเอกสารสำคัญห้ามชำรุด หรือสูญหาย)

ระยะเวลาในการรอเอกสาร DS ใช้เวลาเท่าไร

หลังจากผู้สมัครผ่านงานและเตรียมเอกสาร Application ของทาง US Sponsor เรียบร้อยแล้วจะใช้ระยะเวลาในการออก DS2019 ประมาณ 1-3 เดือนขึ้นอยู่กับการพิจารณาตรวจสอบเอกสารของทาง US Sponsor

ระบบ SEVIS คืออะไร

ระบบ SEVIS หรือ Student and Exchange Visitor Information System เป็นระบบฐานข้อมูลออนไลน์ที่ใช้สำหรับดูแล ติดตามและเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน ของนักศึกษาต่างชาติ (วีซ่าประเภท F และ M) ผเู้ข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (วีซ่า J) และผู้ติดตามผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ( F-2 M-2 และ J-2 ) ระบบ SEVIS ช่วยให้โรงเรียนและองค์กรแลกเปลี่ยนสามารถรับสง่ ข้อมูลและแจ้งเตือนกำาหนดการณต่างๆ ไปยังกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ(Department of Homeland Security) และกระทรวงการต่างประเทศ (Department of State) ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ได้ในระหว่างที่นักศึกษาต่างชาติและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเหล่านั้นอยู่ในสหรัฐอเมริกา ระบบ SEVIS จะได้รับข้อมูลสถานะของนักศึกษาต่างชาติและผเู้ข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน อาทิข้อมูลการเข้าและออกประเทศ การเปลี่ยนแปลงที่อยู่การขยายระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ การแจ้งเตือนต่างๆเกี่ยวกับการจ้างงาน

ค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 คืออะไร

ค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 เป็นค่าธรรมเนยีมที่ผู้ยื่น สมัครขอวีซ่าประเภท F-1 M-1 และ J-1 ต้องชำระให้กับทางกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นค่ารุงรักษาระบบ SEVIS สำหรับค่าธรรมเนยีม SEVIS I-901 ของโครงการ Summer Work and Travel USA นั้นคือ 35 เหรียญสหรัฐฯ โดยค่าธรรมเนียมดังกลว่าจะต้องชำระก่อนที่จะสัมภาษณ์วีซ่า ตามกฎหมายของรัฐบาลกลางอันเกี่ยวข้องกับระบบ SEVIS กำหนดไว้ว่าผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องแสดงหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 ก่อนที่จะได้รับวีซ่าหรือได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศประเทศ

บ้านพักหาจากไหน?

  • ประเภทของที่พักจะมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับงานที่เลือก
  • Employer provide คือบ้านที่ทางนายจา้งจัดเตรียมไว้ให้
  • US Sponsor provide คือ บ้านที่ทางองกรที่อเมริการจัดเตรียมไว้ให้
  • Arrange Own คือ ผู้สมัครจะต้องจัดหาบ้านพักด้วยต้นเอง สามารถหาบ้านพักได้จากทางเวบไซต์ หรือ Social Media

https://th.airbnb.com/
https://www.craigslist.org/about/sites
https://homestayfinder.com/
http://www.khonthaiamerica.com/portal.php

เอกสารในการเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่ามีอะไรบ้าง

เอกสารผู้ออกค่าใช้จ่าย (ใช้ตัวจริงหรือสำเนาก็ได้)

  • สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองบัญชีธนาคาร หรือสำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือนของผู้ออกค่าใช้จ่าย
  • ใบรับรองการทำงาน หรือ ใบจดทะเบียนการทำธุรกิจส่วนตัว (ภาษาไทยหรืออังกฤษ) กรณีไม่มีเอกสารรับรองธุรกิจส่วนตัวให้ถ่ายรูปกิจการ พิมพ์ลงในกระดาษ A4 พร้อมบรรยาย สั้นๆ เกี่ยวกับลักษณะธุรกิจและที่ตั้ง

 

เอกสาร ผู้สัมภาษณ์วีซ่า (ของน้องๆต้องครบทุกอย่างและใช้ตัวจริงเท่านั้น)

  • เอกสาร ทรานสคริป , ใบรับรองสถานะภาพ นศ. อย่างละ 1 ฉบับเป็นภาษาอังกฤษ เอกสารต้องเป็นเอกสารที่ขออัพเดทใหม่และ มีอายุุไม่เกิน 1 เดือน (อิงจากวันที่จะสัมภาษณ์วีซ่า)
  • Passport ที่ยังไม่หมดอายุก่อน 31 สิงหาคม (สำหรับน้องๆ Spring ) และ 31 ธันวาคม (สำหรับน้องๆ Summer)
  • รูปถ่าย 2*2 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ต้องเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสฉากหลังสีขาวสว่าง 1 ใบ

ลักษณะวีซ่าที่ได้ สำหรับ Work and Travel

เป็นวีซ่าชั่วคราว ประเภท J-1 นักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน

หลังผ่านวีซ่าแล้วต้องเตรียมตัวอย่างไร

  • ซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน
  • ติดต่อนายจ้างเพื่อแจ้งผลและอัพเดทเรื่องการเดินทาง
  • เตรียมเอกสารที่สำคัญที่ใช้ในการเดินทาง
  • เตรียมความพร้อมก่อนเดินทางด้านภาษา /ด้านสภาพร่างกายและจิตใจ / ด้านค่าใช้จ่าย

ไปถึงที่อเมริกาแล้วต้องทำอะไรต่อไป

STEP 1 – Update I-94
เมื่อเข้าอเมริกาแล้ว ผู้สมัครจะต้องอัพเดทข้อมูลยืนยันการเข้าประเทศ ภายใน 24 hr. ตามลิ้งค์นี้
https://i94.cbp.dhs.gov/I94/#/recent-search

STEP 2 – US Sponsor Validation
หลังจากผู้สมัครถึงที่พักเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการ Validation ในระบบของ US Sponsor ของผู้สมัคร ตามลิ้งค์ของแต่ละ US Sponsor

สามารถรับเงินค่าจ้างได้จากไหน

นายจ้างจะเป็นผู้ออก Paycheck ค่าจ้างให้กับผู้สมัคร โดยปกติแล้วจะออกทุกๆ 1-2 สัปดาห์

ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะสามารถเปลี่ยนที่พักได้หรือไม่

การเปลี่ยนที่พักในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯจะได้รับอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์กรแลกเปลี่ยนผู้สนับสนุน ( US Sponsor) หรือนายจ้างที่จะไปทำงานด้วย เงื่อนไขการจ้างงานของบางนายจ้างอาจมีที่พักไว้ให้แล้วเป็น ส่วนหนึ่งของข้อตกลงในการจ้างงาน ในกรณีนี้ผู้สมัครจะไม่สามารถหาที่พักอื่นได้ แต่หากมิได้ระบวุ่ามีเรื่องที่พักเป็นส่วนหนึ่งในสัญญา ก็สามารถหาที่พักเองได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องแจ้งให้ทางองค์กรแลกเปลี่ยนทราบที่อยู่ที่ไปอาศัยอยู่เสมอ เพื่อให้ทางองค์กรแลกเปลี่ยนพิจารณาอนุมัติที่อยู่ใหม่ให้ได้

สามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานได้หรือไม่ในระหว่างเข้าร่วมโครงการฯ

ต้องตรวจสอบข้อมูลกับองค์กรแลกเปลี่ยนก่อนที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการฯ การเปลี่ยนนายจ้างในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯจะได้รับ อนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาในสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับองค์กรแลกเปลี่ยนผู้สนับสนุน หรือนายจ้างที่จะไปทำงานด้วย นายจ้างบางแห่ง จะระบุไว้ในเงื่อนไขก่อนจ้างงานว่าไม่อนุญาตให้เปลี่ยนที่ทำงานได้หากผู้สมัครเปลี่ยนที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางองค์กรแลกเปลี่ยนจะทำให้สถานภาพการเข้าร่วมโครงการฯสิ้นสุดลงและมีผลทำให้ ผู้สมัครต้องเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาในทันทีตามระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามกฎของโครงการฯ จะก่อให้เกิดปัญหาในการท่องเที่ยว ศึกษาหรือเข้ามาทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคต

สามารถทำงานมากกว่า 1 งานได้หรือไม่ ในขณะเข้าร่วมโครงการ Summer Work and Travel USA

ตามกฎระเบียบในการเข้าร่วมโครงการฯไม่มีข้อใดระบุห้ามมิให้ทำงานมากกว่า 1 งาน อย่างไรก็ตามผู้สมัครต้องแจ้งรายละเอียดงานสองให้กับทางองค์กรแลกเปลี่ยนก่อนเพื่อพิจารณาอนุมัติ และถึงจะเริ่มทำงานที่สองได้

หากจะลาออกจากงานหรือย้ายงานต้องทำอย่างไร

  • แจ้งนายจ้างและองค์กรแลกเปลี่ยนให้รับทราบทุกฝ่าย
  • กรณีที่ลาออกจากงานก่อนกำหนดวันสิ้นสุดงาน ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องแจ้งถึงเหตุผลของการสิ้นสุดงานก่อนกำหนดด้วย
  • กรณีที่ต้องการย้ายงานหรือหางานใหม่ ต้องแจ้งรายละเอียดงานสองให้กับทางองค์กรแลกเปลี่ยนก่อนเพื่อพิจารณาอนุมัติ ถึงจะสามารถเริ่มทำงานใหม่ได้

หากมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโครงการแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมจะต้องติดต่อที่ใด

หากนักศึกษามีข้อสงสัยใดๆ ก็สามารถติดต่อองค์กรแลกเปลี่ยนที่ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ Summer Work and Travel USA โดยองค์กรเหล่านี้จะมีหน้าที่รับผิดชอบให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมตลอดระยะเวลาที่ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและสามารถปรึกษาและขอคำแนะนำจากทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้สมัครที่ไทยได้

ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำเป็นจะต้องมีประกันสุขภาพหรือไม่

จำเป็น ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทุกประเภทจะต้องมีประกันสุขภาพ องค์กรแลกเปลี่ยนต้องกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีประกันให้ความคุ้มครองทั้งการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุตลอดระยะเวลาเข้าร่วมโครงการฯ (ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการฯระบุไว้ในเอกสาร DS – 2019) กรณีที่ต้องการใช้สิทธิ์การรักษาพยาบาลก็สามารถติดต่อทางตัวแทนประกันที่ทางโครงการมีให้ได้ทันที

ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถทำงานเลยวันสิ้นสุดโครงการฯ ได้หรือไม่

ในกรณีที่เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาช้ากว่าวันเริ่มต้นที่ระบไุว้ในเอกสาร DS-2019 หากผู้สมัครจะต้องเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาช้ากว่าวันเริ่มต้นโครงการฯตามที่ระบุไว้ในเอกสาร DS-2019 องค์กรแลกเปลี่ยน อาจจะต้องแก้ไขวันเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการฯ ของผู้สมัครก่อนที่ข้อมูลซึ่งบันทึกไว้ในระบบ SEVIS ของผู้สมัครจะเริ่มมีผลบังคับใช้

ระยะผ่อนผัน 30 วันคืออะไร

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ(DHS) อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ถือวีซ่าประเภท J-1 สามารถอยู่ท่องเที่ยวต่อใน ประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 30 วันหลงัจากที่เสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการแล้ว โดยระยะเวลาดังกลา่วจะไม่ได้ระบไุว้ในเอกสาร DS-2019 ระยะผ่อนผันนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศสหรัฐอเมริกาได้และเพื่อเตรียมตัวเดินทางออกจากประเทศ สหรัฐอเมริกาเท่านั้น สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่เดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงระยะผ่อนผัน นี้ทางกระทรวงความมั่นคงแห่ง มาตุภูมิจะไม่อนุญาตให้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาอีก เนื่องจากสถานภาพของวีซ่า J-1 ได้สิ้นสุดลงแล้ว นอกจากนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอีกด้วย

หลังจบโครงการ วิธีเตรียมตัวกลับไทย

1. นายจา้ง
แจ้งนายจา้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ว่าจะสิ้นสุดงานวันที่เท่าไหร่ และตกลงกับนายจา้งเรื่องการรับค่าจ้างงวดสุดท้ายให้เรียบร้อย พร้อมกับแจ้งที่อยู่ในการจจัดส่งเอกสารของผู้สมัครมาที่ไทย กรณีที่นายจา้งมีความจำเป็นจะต้องจัดส่งเอกสารมาให้หลังจากที่กลับไทยมาแล้ว

2. ที่พัก
แจ้งให้กับเจ้าของอพาร์ทเมนท์ หรือห้องเช่าทราบ ว่าคุณจะย้ายออกจากที่พักเมื่อไร โดยต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนย้ายออกอย่างน้อย 1 เดือน หรือขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทำในสัญญาเช่า มิฉะนั้นอาจจะต้องเสียค่าเช่าอีกหนึ่งเดือนก็เป็นได้ เป็นมารยาทและหน้าที่ของผู้เช่า ที่จะต้องทำความสะอาดห้องพักให้เรียบร้อยก่อนย้ายออก สำหรับในส่วนที่ผู้เช่าสร้างความเสียหายให้กับห้องพัก ก็จะต้องถูกหักเงินมัดจำที่มัดจำไว้ตั้งแต่ทำสัญญาเช่าเพื่อเป็นค่าซ่อมแซมห้องพัก

3. สาธารณูปโภคและบริการอื่น ๆ
ติดต่อหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคทั้งหลาย เพื่อแจ้งวันที่ต้องการยกเลิกการใช้งาน เช่นยกเลิกการใช้โทรศัพท์ชำระค่าบริการทั้งหมดให้เรียบร้อย, ปิดบัญชีธนาคาร (ตรวจสอบรายละเอียดกับทางธนาคารที่เปิดบัญชี)

4. ข้าวของเครื่องใช้
ของบางอย่างที่ยังใช้ได้ดี แต่ไม่สามารถเอากลับเมืองไทยได้ อาจจะขายให้กับร้านขายของเก่า , ประกาศขายของมือสองตาม Social Media

เอกสารในการทำ Tax Refund

เอกสารที่ต้องใช้
1. W2 ทั้งหมด หรือ ส่ง Last Paycheck มาก่อน ( scan ด้วยความชัดเจน เพื่อประโยชน์ของน้อง ๆจ้า)
2. Passport
3. Social security number
4. Application form กรอกข้อมูล Link https://docs.google.com/forms/d/1L7x-JebRV859gsdDgXwJ7iNeZhykG-fmryMUNduOskw/edit
5. หน้าแรก bookbank หากใช้ promtpay กรุณาแจ้งเบอรโทรศัพท แล้ว highlight ด้วยตัวสีเขียว
6.ใบมอบอำนาจ Link เอกสาร (สามารถคียคอมได้ แล้วเซ็นชื่อ scan ส่งมา )

tax-refund
wat2020-03